โลกาภิวัตน์จากรากหญ้า: รั้วกั้น อำนาจ เครือข่ายประชาชน

โลกาภิวัตน์จากรากหญ้า

รั้วกั้น  อำนาจ  เครือข่ายประชาชน

ดร. พัฟโล คาลา – มหาวิทยาลัยกลาสโกลว์ อังกฤษ

. . . . . . . . . . .

เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้ายังดำรงตำแหน่อง ผู้อำนวยการโครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย ได้เชิญ ดร. พัฟโล คาลา นักวิชาการด้านภูมิศาสตร์การเมืองที่เดินทางเรียนรู้เกี่ยวกับขบวนการต่อสู้ภาคประชาชนในหลายประเทศทั่วโลก มาให้ความรู้เรื่อง “โลกาภิวัตน์จากรากหญ้า: รั้วกั้น  อำนาจ  เครือข่ายประชาชน” กับผู้นำแรงงานเมื่อเดือนตุลาคม 2548

ขณะนี้เห็นว่าชุดการนำเสนอนี้ของ ดร. พัฟโล ยังทันสมัย และน่าจะมีประโยชน์ในวงกว้างต่อขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของไทย จึงขอเผยแพร่เอกสารนี้ทางอินเตอร์เนต

จรรยา ยิ้มประเสริฐ 24 พฤษภาคม 2555

รั้วกั้น

สมัชชาคนจน

  • การชุมนุมประท้วงธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ที่จังหวัดเชียงใหม่ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2543
  • ในน้ำมีราคา ในทุ่งนามีตารางเมตรในพิ้นดินมีดอลลาร์ มีรีสอร์ทในป่าไม้
  • ทุนล้อมกรอบพวกเรา มันล้อมรั้วที่ดินของเรา มันวัดปริมาตรน้ำของเรา  มันจับเวลาการทำงานของเรา ปล้นชีวิตและควบคุมความฝันของเรา จับเวลาการทำงานของเรา ปล้นชีวิตและควบคุมความฝันของเรา
  • รั้วกั้นแบ่งคนมีอำนาจกับคนไร้อำนาจ  กั้นคนรวยกับคนจน
  • รั้วล้อมรอบฐานทัพทหาร  รั้วกั้นเขตอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก  รั้วกั้นชุมชนในนิวยอร์กและลอนดอน  การจัดสรรที่ดินจำนวนมากเพื่อการพาณิชย์ในบราซิล
  • รั้วกั้นเราจากสิทธิในการเกิด ที่ดิน  อาหาร ที่อยู่อาศัย สุขภาพ  การศึกษา อากาศบริสุทธิ์และน้ำสะอาด
  • พื้นที่สาธารณะถูกขายให้เอกชน การจดสิทธิบัตรทั้งเมล็ดพันธุ์พืช  ยารักษาโรคและพันธุกรรม
  • นอกจากนี้ รั้วยังอยู่ในตัวเราเองด้วย ในหัวใจและจิตสำนึกที่บอกว่าเราควรจะระวังตนเอง ที่บอกเราว่าสามารถจัดตั้งได้แค่แนวทางใดแนวทางหนึ่งเท่านั้น
  • แต่รั้วกำลังจะถูกทลายลงเมื่อเราใช้ อำนาจ และเผชิญหน้ากับรั้วเหล่านั้น

อำนาจ

อำนาจคืออะไร?

  • ความสามารถในการแสดงออก สามารถปฏิบัติได้ สามารถทำสิ่งต่างๆได้ สามารถเปลี่ยนแปลงความจริง
  • ทุกๆวัน เราทุกคนต่างก็ใช้อำนาจ ทั้งในด้านความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้อื่น เช่น ในที่ทำงาน ในเวลาทำอาหาร ฯลฯ
  • รูปแบบต่างๆ ของอำนาจ:
  • ‘Power over’ อำนาจครอบครอง (อำนาจจากข้างบน)
  • ‘Power to’  อำนาจที่สร้างสรรค์ (อำนาจจากข้างล่าง)
  • ‘Power with’ อำนาจร่วมกัน
  • ‘Power from within’ อำนาจจากภายในตัวเรา

Power over’ อำนาจครอบครอง

  • ‘อำนาจจากบนลงล่าง’
  • การใช้อำนาจบังคับ  ปกครอง หรือใช้อิทธิพล
  • รัฐบาล  ตำรวจ  ความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก  ธนาคารและสถาบันการเงินระหว่างประเทศ  บรรษัทข้ามชาติ
  • ใช้หลักการแบ่งแยก  การทำให้สิ่งต่างๆ กลายเป็นสินค้า การลดคุณค่าความเป็นมนุษย์
  • อำนาจของรั้วกั้น

Power to อำนาจที่สร้างสรรค์

  • อำนาจในเชิงสร้างสรรค์ (อำนาจจากข้างล่าง)
  • อำนาจที่ให้เราสามารถกระทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันของเรา เพื่อสร้างสัมพันธภาพ  เพื่อเปิดพื้นที่แห่งความเป็นไปได้  เพื่อเสริมสร้างอำนาจ
  • อำนาจที่มาจากประชาธิปไตยทางตรงและการปฏิบัติโดยตรง
  • อำนาจที่ก่อให้เกิดผลดี

Power-with’ อำนาจแห่งความสมานฉันท์  การทำงานร่วมมือกัน

Power Within’  ‘อำนาจภายในตัวเรา จิตวิญญาณแห่งการต่อต้าน

การต่อต้าน

โลกาภิวัตน์จากรากหญ้าเริ่มต้นขึ้น: ขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมในระดับโลก  ขบวนการเคลื่อนไหวต่างๆ เพื่อต่อต้านโลกาภิวัฒน์

  • การต่อสู้ร่วมระดับโลกกลายเป็นการต่อสู้แยกประเด็นทางการเมืองแต่ละประเด็น
  • ก้าวพ้นการแบ่งแยกชนชั้น เชื้อชาติ ภาษา ศาสนา สัญชาติ
  • มีความหลากหลายทั้งการต่อสู้  กลยุทธ  ยุทธศาสตร์ ตำแหน่ง

การต่อต้านเริ่มต้นขึ้นเมื่อไร?

  • เมื่อ 510 ปีที่แล้ว: การต่อต้านอาณานิคมของสเปนในละตินอเมริกา
  • เมื่อ 150 ปีที่แล้ว: เมื่อชนชั้นแรงงานกลายเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อการปฏิวัติในระดับสากล
  • เมื่อ 50 ปีที่แล้วเมื่อประเทศอาณานิคมได้รับเอกราช
  • เมื่อ 30 ปีที่แล้ว การจลาจลต่อต้านไอเอ็มเอฟในละตินอเมริกา  เอเชีย แอฟริกา
  • 2537: ซัปปาติสต้า ขบวนการชาวนาเม็กซิโก

วันปฏิบัติการระดับโลก Global days of action

ซีแอตเติล 2542 (ดับบลิวทีโอ)

  • ถือเป็นจุดเปลี่ยนในประวัติศาสตร์การประท้วง
  • มีผู้เข้าร่วมหลากหลาย (นักสิ่งแวดล้อม สหภาพแรงงาน ฯลฯ)
  • พันธมิตรก่อตัวขึ้น  เครือข่ายต่างๆ เกิดขึ้น
  • ล้มการประชุมดับบลิวทีโอ : มีการเคลื่อนไหวของมวลชนจำนวนมากที่สามารถเผชิญหน้ากับชนชั้นนำของโลก และเสรีนิยมใหม่
  • ธรรมชาติของการประท้วง : เน้นปรากฎตามสื่อมวลชน

กรุงปร๊าก 2543 (ธนาคารโลก ไอเอ็มเอฟ) แตกต่างจากที่ซีแอตเติล

  • กลุ่มที่เข้าร่วมและการประท้วงมีความหลากหลายแต่มีการประสานความร่วมมือกันมากขึ้นภายในกลุ่มและระหว่างกลุ่มต่างๆ
  • มีศูนย์กลางในการเตรียมการเดินขบวนหรือเคลื่อนไหวปฏิบัติการต่างๆ เกิดขึ้น
  • มีลักษณะเป็นสากล ประกอบด้วยกลุ่มต่างๆ จากทั่วโลก
  • เกิด “นักพูด” ประจำการเคลื่อนไหว เช่น นาโอมิ ไคลน์  วอลเดน เบลโล  ซูซาน  จอร์จ  โฮเซ่ โบฟ (สื่อชอบผู้นำ!!!) : Naomi Klein, Waldon Bello, Susan George, Jose Bove
  • การประท้วงแบ่งแยกออกเป็นส่วนๆ :การเดินขบวนเคลื่อนไหวในประเด็นที่แตกต่างกันของกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ

เจนัว 2544 (จี8)

  • สัญลักษณ์ของการประท้วงแบบคาร์นิวัล  โดยมีผู้ร่วมเดินขบวนจำนวนมาก
  • กองกำลังตำรวจปะทะรุนแรง
  • นายคาร์โล กุยเลียนนีเสียชีวิต(Carlo Guiliani)
  • ตำรวจปราบจลาจลแฝงตัวเข้ามาปะปนในฝูงชนโดยคำสั่งของพวกเผด็จการฟาสซิสต์
  • การขัดแย้งทางความคิดในกระบวนการเคลื่อนไหว:ใช้/ไม่ใช้ความรุนแรง

พื้นที่แห่งความหวัง

  • ยึดถนนในเมืองReclaimed urban streets (RTS)
  • ยับยั้งการแปรรูปน้ำและระบบชลประทานในโคชาบัมบา ประเทศโบลิเวีย
  • สวนชุมชน Community gardens in NYC
  • การจัดสรรที่ดินอย่างเหมาะสมของขบวนการเอ็มเอสทีในบราซิล
  • เปิดตัวเวบไซต์อิสระ อินดี้มีเดีย Indymedia (www.indymedia.org)
  • ชุมชนปกครองตนเอง ซัปปาติสต้า

ขบวนการชาวนาซาปาติสต้าบุกยึด

รัฐเชียปาส ประเทศเม็กซิโก พ.ศ.2539

“เราจะก่อตัวเป็นเครือข่ายร่วมในทุกการต่อสู้และต่อต้าน  ทั้งเครือข่ายข้ามทวีปเพื่อต่อต้านลัทธิเสรีนิยมใหม่  เครือข่ายข้ามทวีปร่วมต่อต้านเพื่อมนุษยธรรม  เครือข่ายข้ามทวีปนี้ให้การยอมรับทั้งความแตกต่างและความเหมือน เราจะเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้านอื่นๆ ทั่วโลก เครือข่ายข้ามทวีปนี้ไม่ใช่โครงสร้างที่ผ่านการจัดตั้งขึ้น  ไม่มีหัวหน้าศูนย์หรือรวมศูนย์การตัดสินใจ ไม่มีศูนย์กลางออกคำสั่งหรือระบบลำดับชั้น เราทุกคนที่เป็นผู้ต่อต้านคือเครือข่ายนั้น”. Subcommandante Marcos

อย่างน้อยแนวร่วมไร้พรมแดนที่สำคัญสองประการได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาทางการเมืองเช่นนี้

  1. เครือข่ายปฏิบัติการประชาชนโลกPeople’s Global Action (PGA), เป็นเครือข่ายของความร่วมมือ  การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการสมานฉันท์ระหว่างกระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมในระดับรากหญ้าจากทั่วโลก
  2. เวทีประชาสังคมโลก World Social Forum (WSF),เป็นการรวมตัวกันของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่หลากหลายมาก ได้แก่ องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs), สหภาพแรงงานและพลังทางการเมืองอื่นๆ เพื่อมาอภิปรายแลกเปลี่ยน สร้างเครือข่าย และสร้างทางเลือกในยุคทุนเสรีนิยมใหม่

เครือข่าย

‘โลกาภิวัตน์จากรากหญ้า

  • ความพยายามของกลุ่มคนด้อยโอกาสทางสังคมและขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมในระดับท้องถิ่นร่วมผนึกกำลังกับพันธมิตรต่างๆ ในวงกว้างขึ้นเพื่อประท้วงต่อต้านการถูกกีดกันจากกระบวนการตัดสินใจในยุคเศรษฐกิจโลกเสรีนิยม
  • มีส่วนร่วมในการสร้างเครือข่าย  การติดต่อสื่อสาร  การสมานฉันท์  การแลกเปลี่ยนข้อมูล  และการหนุนช่วยซึ่งกันและกัน
  • ในขณะที่สร้างเครือข่ายระดับโลกเพื่อการปฏิบัติการร่วมและหนุนช่วยซึ่งกันและกัน ก็มีความพยายามที่จะคงไว้ซึ่งอิสระในการวางยุทธศาสตร์และกลยุทธการทำงานในระดับท้องถิ่นเช่นกัน

โลกาภิวัตน์จากล่าง

  • ขบวนการการเคลื่อนไหวทางสังคมและองค์กรที่ตั้งขึ้นจากพันธมิตรในระดับสากลเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม  ปกป้องสิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน ฯลฯ
  • ก.เพื่อทำให้บรรษัทและรัฐบาลมีความรับผิดชอบต่อประชาชนแทนที่จะรับใช้ชนชั้นนำ (สหภาพแรงงาน สมัชชาสังคมโลก หรือ
  • ข. สร้างพื้นที่ในการปกครองตนเองและโครงการของตนเอง เช่น ขบวนการซาผาติสต้า  กลุ่มปฏิบัติการประชาชนโลก (PGA)

ประเภทของผู้มีบทบาททางการเมือง

  • การเคลื่อนไหวทางสังคมแบบดั้งเดิมtraditional social movements (เช่น สหภาพแรงงาน และขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านอาณานิคมและเพื่อการปฏิวัติ);
  • การเคลื่อนไหวทางสังคมแบบร่วมสมัย contemporary social movements (เช่น การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีและเพื่อสิ่งแวดล้อม);
  • เอ็นจีโอ (e.g. องค์การนิรโทษกรรมสากล, โฟกัส Focus on the Global South);
  • เครือข่ายพลเมืองสากล transnational civic networks (เช่น กลุ่มต่อต้านการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ เช่น เครือข่ายแม่น้ำสากล International Rivers Network);
  • กระบวนการชาตินิยมใหม่และกลุ่มหัวรุนแรงทางศาสนา’ nationalist and fundamentalist movements (เช่น กลุ่มอัลไกดาห์)
  • ขบวนการต่างๆ ที่เคลื่อนไหวต่อต้านทุนนิยม anti-capitalist ‘movement of movements’ (เช่น พีจีเอ , เวทีประชาสังคมโลกWSF รวมทั้งอาจจะรวมไปถึงอีก 3 กลุ่มที่กล่าวข้างต้นยกเว้นพวกชาตินิยมและพวกหัวรุนแรง).

เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่แตกต่างกันDifferent strategic foci

การแข่งขันและปฏิรูป Contestation and Reform

  • ขบวนการและองค์กรเคลื่อนไหวทางสังคมที่ต้องการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ใช้จำกัดขอบเขตของบรรษัทและ/หรือรัฐบาล  หรือต้องการบังคับให้บรรษัท/รัฐบาลควบคุมอำนาจของตน โดยใช้การเคลื่อนไหวผ่านช่องทางประชาธิปไตยที่มีอยู่ปัจจุบัน
  • เช่น กลุ่มเฝ้าตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชน  (Human Rights Watch), เครือข่ายเพื่อการค้าที่เป็นธรรม (Fair Trade network) และ สหภาพแรงงานบางแห่ง

การเชื่อมโยงใหม่ อำนาจชุนชน และอธิปไตย  (Delinking, Relocalization, and Sovereignty)

  • แนวคิดริเริ่มในการสร้างความพอใจในตนเอง  การสร้างผลผลิต และสิทธิของชุมชนท้องถิ่นรวมทั้งพยายามที่จะแยกเศรษฐกิจท้องถิ่นให้พ้นจากการควบคุมของบรรษัทและเศรษฐกิจตายนอกทั้งในระดับชาติและสากล
  • (ได้แก่ การเกษตรเพื่อความยั่งยืน; เงินตราชุมชน , สหกรณ์เครดิตชุมชน, กระบวนการเคลื่อนไหวเพื่ออธิปไตย โดยเฉพาะในหมู่ชนกลุ่มน้อย และกลุ่มชาตินิยมทางศาสนา

กลุ่มปฎิบัติการประชาชนโลก (People Global Action)

ความหลากหลายของปรัชญาทางการเมือง

ปฏิรูปนิยม – Reformism

liberal interventionism

  • สนใจในประเด็นเรื่องมาตรฐานสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน โรงงานที่ขูดรีด และแรงงานเด็ก
  • การประท้วง ชุมนุม เดินขบวน ร้องเรียน, ล็อบบี้ให้มีการควบคุมและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจังมากขึ้นในระดับสากลเพื่อให้ได้ตามมาตรฐาน
  • บทบาทศูนย์กลางอยู่ที่สถาบันระดับโลกที่จะกำหนดควบคุม เช่น สหประชาชาติ
  • ทุนนิยมที่ “มีคุณธรรมมากขึ้น – kinder, gentler’  capitalism
  • เอ็นจีโอจำนวนมากใช้แนวทางนี้

เสรีนิยม อินเตอร์เนชันแนลนิยม ( liberal internationalism)

  • สนใจในประเทศความยุติธรรมแห่งโลก สวัสดิการสังคม และการกระจายอย่างทั่วถึง
  • เรียกร้องให้มีการจัดการเมืองทางด้านเศรษฐกิจแบบใหม่ การตัดสินใจด้านเศรษฐกิจเป็นประเด็นที่อยุ่ในกระบวนการตัดสินใจทางการเมือง
  • เสรีนิยมใหม่จะต้องแข่งกับการพัฒนารูปแบบทุนนิยมรูปแบบอื่นในระดับภูมิภาคและระดับโลก
  • ให้ประเทศกำลังพัฒนามีส่วนร่วมมากขึ้นในการเข้าไปบริหารสถาบันระดับโลก การเจรจาเรื่องการชำระคืนหนี้สิน (กลุ่มจูบิลี 2000 ขบวนการพัฒนาโลก) การค้าที่ยุติธรรม

สังคมประชาธิปไตย social democracy

  • ร่วมมือกับกระบวนการเคลื่อนไหวด้านแรงงาน (เช่น ไอซีเอฟทียู (ICFTU), สหพันธ์แรงงานโลก (GUF), องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)
  • ทำให้ระบบทุนนิยมก่อเกิดประโยชน์แก่ทุกคนในสังคม ไม่แต่เฉพาะชนชั้นนำเท่านั้น
  • สามารถควบคุมตลาดได้มากขึ้น (e.g. nationalization)
  • การจัดสรรทรัพยากร (สุขภาพ การศึกษา การจ้างงาน)
  • 2 ประเภท:

1. ชาตินิยม กับอินเตอร์เนชันแนลนิยม(nationalist internationalist)

  • ต้องการมียุทธศาสตร์แห่งชาติเพื่อต่อต้านเสรีนิยมใหม่ และเพื่อการพัฒนาหลังเสรีนิยมใหม่
  • รัฐเข้าไปควบคุมอำนาจของบรรษัทข้ามชาติ
  • ใช้ทุนนิยมเพื่อเป็นผลประโยชน์ของคนจนแทนที่จะไปแย่งชิงทุนนิยม
  • ตัวอย่างบทบาทของพรรคแรงงานบราซิลในเวทีประชาชนโลก หรือพรรคเขียวในเวทีประชาชนยุโรป
  • รัฐในฐานะผู้ทำหน้าที่เพื่อความยุติธรรมในสังคมและการกระจายความเสมอภาค
  • กลุ่มแอทเทค (สมาคมเพื่อการนำเงินภาษีและเงินทุนมาใช้เพื่อประชาชน) โทบินแทกซ์ (1% ของภาษีทั้งหมดนำมาใช้เพื่อสนับสนุนโครงการการพัฒนา)
  • การปกป้องในภูมิภาค หรือในทวีป (อาทิ สหภาพยุโรป กลุ่มอาเซียน) เพื่อต่อกรกับอำนาจบรรษัทข้ามชาติ

2. สังคมนิยมประชาธิปไตยแห่งโลก (global social democracy)

  • รัฐบาลโลก เพื่อสร้างหลักประกันของระบบเศรษฐกิจของโลกาภิวัตน์ (ความมั่นคง ความยุติธรรม สวัสดิการ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ฯลฯ)
  • ประชาชนโลก การจัดการความขัดแย้งในระดับโลก การต่อต้านการผูกขาด

แนวคิดแบบฝ่ายซ้าย Radicalism: ideological

ลัทธิมาร์กซ์ (Marxism)

  • แบ่งออกเป็นมาร์กซิสต์กลุ่มต่างๆ หลายร้อยกลุ่ม
  • ชื่อกลุ่มมักจะประกอบไปด้วยคำต่างๆ ข้างล่างนี้อย่างน้อย 2 คำ เช่น
  • มาร์กซิส/เลนิน, สังคมนิยม/คอมมิวนิสต์, คน/กรรมกร
  • มุ่งเน้นที่การต่อสู้ทางชนชั้นในกระบวนการผลิต และการต่อสู้แห่งชนชั้นกรรมชีพต่อต้านทุนนิยม หรือรูปแบบการต่อสู้อื่น = เป็นประเด็นระดับรอง
  • จำเป็นสำหรับการรวมตัวของชนชั้นกรรมชีพต่อต้านทุนนิยม
  • จำเป็นสำหรับพรรคหรือขบวนการเพื่อนำไปสู่กระบวนการปฎิวัติ (การจัดตั้ง การวางแผน เทคนิค และยุทธศาสตร์)
  • การเปลี่ยนปัจจัยการผลิตไปสู่มือของคนงาน (หรือของตัวแทน อาทิ พรรค)
  • สังคมนิยมคือจุดผ่านไปสู่ระบบคอมมิวนิสต์
  • ตัวอย่างในอังกฤษ และในเครื่อข่าย แอทเทค ซึ่งมีบทบาทสูงมากขึ้นในการประชุมประชาชนโลก หรือกลุ่มต่อต้านโลกาภิวัตน์ต่างๆ (พรรคสังคมนิยมแรงงาน; ทรอสกี้)

หัวรุนแรง และพวกทฤษฎีนิยม – Radicalism: ideological

เฟมินิสต์ (Feminism)

  • มีเฟมินิสต์หลายกลุ่ม (สังคมนิยม (socialist), ไม่เอารัฐ (anarchist), เสรีนิยม (liberal) เป็นต้น
  • ระบบสังคมชายเป็นใหญ่มีอิทธิเหนือสังคมภายใต้ระบบทุนนิยม (Patriarchy as dominant social relation with capitalism)
  • เพศ (ความแตกต่างทางร่างกาย) กับฐานะทางเพศ ที่แตกต่างทางการให้คุณค่าทางสังคม
  • ความสำคัญของภาษา สมชายชาตรี/ภาษาทางการทหาร กับภาษาว่า อะไรก็ได้/หรือ
  • การต่อสู้เพื่อสิทธิความเท่าเทียม การต่อต้านความรุนแรงและอคติทางเพศ ความรุนแรงต่อผู้หญิง

Anarchism ปฎิเสธอำนาจรัฐ

  • รัฐเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบสหกรณ์ และระบบคอมมูน
  • การปฏิวัติเกิดได้ในทุกที่ที่ถูกกดขี่ ไม่ใช่เฉพาะชนชนกรรมกร
  • ชนชั้นกรรมาชีพมักจะเป็นพวกปฏิบัติการตามกระแส (สหภาพแรงงานแบบปฏิรูปนิยม)
  • การคอรับชั่นในอำนาจ แม้แต่ในหมู่นักปฏิวัติด้วยกันเอง
  • ใช้รูปแบบการรุนแรงหรือแบบสันติวิธี (ความรุนแรงตอบโต้ความมั่งคั่ง ความรุนแรงต่อประชาชน)
  • ใช้ Black Bloc. LETs, การแลกเปลี่ยน

Autonomy ปกครองตัวเอง

  • โลกนี้เป็นโลกของหลายโลก (คำพูดของนายพลมาร์คอส)
  • ผมขี้ใส่พวกนักปฏิวัติทั้งหลาย (คำพูดของนายพลมาร์คอส)
  • ทำงานนอกกรอบโครงสร้างการเมือง
  • ไม่มีชนชั้น ไม่มีผู้นำ มีโครงสร้างแบบพรรค
  • การปฏิบัติการ = การสร้างทางเลือก และท้าทายต่อระบบการตัดสินใจแบบเดิมที่เป็นอยู่ (ผ่านทางกลไกรัฐบาล)
  • เน้นที่การกระทำสิ่งต่างๆ : ปฏิบัติการทางตรง – รับผิดชอบเปลี่ยนแปลงตนเอง (ได้แก่ การปิดล้อมเขคฐานทัพทหาร; ยึดที่ดิน)
  • ไม่มีการรวมศูนย์, อำนาจอยู่ที่ชุมชน ใช้การรวมตัวกันและเป็นกระบวนการที่มีระบบ
  • ปฏิเสธไม่เผชิญหน้าหรือเจรจาตามเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ที่รัฐกำหนด
  • สร้าง “พื้นที่อิสระ” ในเมืองหรือพื้นที่ชนบทที่ประชาชนสามารถปกครองตนเองโดยอยู่ห่างจากอำนาจรัฐและตลาดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ e.g. Reclaim the Streets, Kuna, Zapatistas, Narmada Bachao Andolan, piqueteros

ชนเผ่าคุนา ประเทศปานามา Kuna people, Panama

  • กระจายตัวอยู่กว่า 50 เกาะใน โคมาคา คุนา ยาลา (มหาสมุทรแปซิฟิก ระหว่างปานามากับโคลัมเบีย ได้สิทธิปกครองตัวเองในปี 1925 (2468)
  • กว่า 70,000 คน จัดการดูแลตัวเองผ่านทางประชาธิปไตยทางตรง ที่กระจายตัวในชุมชนปกครองตัวเองกว่า 500 แห่ง
  • แต่ละชุมชน และแต่ละเกาะมีกฎระเบียบการปกครองของตัวเอง ไม่ขึ้นอยู่กับใคร (มีกระบวนการตัดสินใจของตัวเอง)
  • การประชุมสมัยสามัญคุนา จะมีตัวแทนของแต่ละชุมชนเข้าร่วมเพื่อพิจารณาและร่วมตัดสินใจปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชาวคุนาทั้งหมด
  • เป็นกลุ่มที่เข้มแข็งในกลุ่มปฏิบัติการประชาชนโลก (Active in PGA)

ชุมชนซาปาติสต้า รัฐเชียปาส ประเทศเม็กซิโก

  • ระบอบประชาธิปไตขทางตรงในชุมชนของชนกลุ่มน้อยต่างๆ เพื่อบริหารกิจการในชุมชน
  • ชุมชน 40 ชุมชน “ใช้อำนาจ” ในการบริหารกิจการต่างๆ ของตนโดยอยู่บนพื้นฐานของการอภิปรายหารือในหมู่บ้านหรือในชุมชน
  • กระบวนการตัดสินใจจากฉันทามติ
  • พื้นที่ปกครองตนเอง ทุกคนมีสิทธิมีเสียง
  • ‘Post-ideological’

Italy, Disobbedienti (การลุกฮือต่อต้านของประชาชน, อิตาลี)

  • เครือข่ายของศูนย์รวมต่างๆ เพื่อสังคมและกลุ่มจัดตั้งตนเอง
  • ศูนย์รวมทางสังคม: พื้นที่ของประชาชนในชุมชนที่สามารถจัดแสดงศิลปวัฒนธรรม อาหารฟรี เวทีอภิปรายทางการเมือง
  • การรวมตัวกันของคนงาน ผู้อพยพ นักศึกษา เพื่อนบ้านในชุมชน

กลุ่มต่อสู้เรื่องเขื่อนนามาดา อินเดีย (Narmada Bachao Andolan, India)

  • การเคลื่อนไหวต่อต้านเขื่อน
  • ในหมู่บ้านของเรา เราใช้กฎของเราเอง
  • ‘โรงเรียนชีวิต’ สอนภาษาของชนกลุ่มน้อย สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น วัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อย

ขบวนการประชาชนอาเจนตินา (Argentina’s piqueteros)

  • นโยบายเสรีนิยมใหม่ ,การแปรรูป
  • วิกฤติเศรษฐกิจเอเชีย 2541:ทุนต่างชาติหนีออกจากละตินอเมริกา
  • การลงทุนลดลง ความยากจนเพิ่มขึ้น ไม่สามารถชำระหนี้ต่างประเทศได้
  • ปี 2544 อาร์เจนติน่าผิดนัดชำระหนี้คืนไอเอ็มเอฟ
  • การประท้วงนัดหยุดงาน; ภาวะฉุกเฉิน, สิทธิตามรัฐธรรมนูญถูกขัดขวาง
  • ประชาชนประมาณหนึ่งล้านคนเข้ายึดพื้นที่ถนน
  • คนงานหลายพันคนยึดโรงงานทำการผลิตเอง
  • การเคลื่อนไหวของแรงงานที่ตกงาน: ปรับปรุงโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ร้างให้กลายเป็นพื้นที่เพาะปลูกผักไร้สารพิษ คลีนิครักษาโรค และศูนย์กระจายข่าว
  • สมาชิกในชุมชนรวมตัวกันปฏิบัติการประชาธิปไตยทางตรงบนท้องถนน, ระบบบริหารจัดการชุมชนตนเอง
  • ทำสวนผักวิถีธรรมชาติ ครัวของชุมชน
  • ขบวนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนตกงานหัวก้าวหน้าเพื่อปิดถนนและยึดโรงงาน (piqueteros)
  • เป็นหนทางใหม่ในการใช้อำนาจ
  • เปลี่ยนพื้นที่สำหรับทำกำไรส่วนบุคคลให้เป็นเครื่องมือที่ใช้ร่วมกันเพื่อเปลี่ยนแปลงทางสังคม
  • ประชาชนสร้างวิถีชีวิตในแบบที่ตนต้องการและปกป้องไว้แทนที่จะใช้การประท้วงต่อต้านสิ่งที่ตนไม่ต้องการ

ทิศทางในอนาคตของขบวนการเคลื่อนไหวต่างๆ

ตำแหน่งของสหรัฐในการเมืองโลก- Position of the US in global politics

  • ทำสงครามกับผู้ก่อการร้าย, สงครามป้องกันภัยตนเอง = สงครามกับใครก็ได้ที่เป็นภัยคุกคามสหรัฐ
  • การเผชิญหน้าโดยตรงกับสหรัฐ = ความเสี่ยงสุง
  • เปิด, คาดการณ์ได้, ใช้อำนาจอย่างเป็นระบบ = ค่อนข้างไปในทางบีบให้แหลก
  • หลบซ่อน, ปฏิบัติการแบบสับสน, ปฏิบัติการตรง, สันติวิธี  = มีความสำเร็จ
  • จำเป็นต้องเอาชนะแนวคิด สร้างการตื่นตัว ให้การศึกษา

การเคลื่อนไหวของทุนข้ามชาติ – Mobility of transnational capitalism

  • เศรษฐกิจชาติขึ้นอยู่กับทุนต่างชาติ
  • แต่ไม่ได้สร้างทรัพยากรที่ก่อให้เกิดผลผลิตจำนวนมาก: โครงสร้างทางทรัพย์สินยังคงเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง
  • การจัดสรรทรัพยากรใหม่ (อาร์เจนติน่า  บราซิล เม็กซิโก)
  • ทุนนิยมพึ่งพาแรงงานในโรงงาน เหมืองแร่ ป่าไม้ ที่ดิน
  • ระดับชาติ ระดับภูมิภาค, ยุทธศาสตร์ต่อต้านทุนนิยมรัฐเป็นสิ่งที่สำคัญ

พลวัตในการเคลื่อนไหว

ความผิดพลาด (Faultiness)

  • แนวคิดปฎิรูปนิยม กับ แนวคิดหัวรุนแรง (reformism vs radicalism;)
  • (ทฤษฎี กับ ก้าวข้ามทฤษฎี( ideological vs post-ideological;)
  • โลกเหนือ กับ โลกใต้ (Global North VS Global South;)
  • ปฏิบัติการ NGO กับ ปฏิบัติการพรรค กับ พวกปฏิบัติการตรง (NGO action vs party-based activism vs direct action activism)
  • แนวคิดทางการเมือง 2 แบบ:
  1. แบบตรรกนิยมองค์กร (Organizational logic)
  2. แบบตรรกนิยมเครือข่าย (Network logic)

1. ตรรกะนิยมองค์กร (Organizational logic)

  • การพัฒนาขบวนการเคลื่อนไหวไปสู่องค์กรทางการเมืองแบบอนุรักษ์นิยม  conventional political organization;
  • เผชิญหน้ากับทุนนิยมด้วยระบบทางเลือก;
  • จัดตั้งเป็นองค์กรตามแผนงานใดแผนงานหนึ่ง;
  • สร้างผู้นำ; เป็นองค์กรที่จัดระบบอย่างเป็นทางการ;
  • ยึดอำนาจรัฐ; มีความสัมพันธ์ในแนวตั้ง (ลำดับชั้น)

ความเข้มแข็ง

  • การจะระดมมวลชนจำนวนมากจำเป็นต้องมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน
  • การเปลี่ยนแปลงโลกจำเป็นต้องยึดอำนาจรัฐ
  • โครงสร้างประชาธิปไตยคือความรับผิดชอบต่อผลประโยชน์และตอบสนองสมาชิกในขบวนการเคลื่อนไหว

ความอ่อนแอ

  • การวางแผนเชิงเดี่ยวจะกีดกันการมีส่วนร่วม ดังนั้นจึงทำให้กระบวนการเคลื่อนไหวอ่อนแอในแง่การปฏิบัติการเคลื่อนไหว
  • การยึดอำนาจเกี่ยวข้องกับการประนีประนอม หาจุดร่วมในเป้าหมายทางการเมือง คอร์รัปชั่น
  • พรรค = โครงสร้างในแนวตั้ง = การกระจายอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกัน= ไม่มีระบบการมีส่วนร่วม
  • โครงสร้างอำนาจในแนวตั้งถูกเฝ้ามองและโจมตีได้ง่าย; ผู้นำอาจจะโดนล้มล้างได้ เช่น ถูกจับ ถูกคุมตัว
  • การเมืองแบบกระจายอำนาจ ไม่รวมศูนย์;
  • ปฏิบัติการทางตรงผ่านการประสานงานระหว่างพันธมิตรหรือแนวร่วม;
  • ไม่มีลำดับชั้น; ใช้การมีส่วนร่วมในวงกว้างมากกว่าระบบผู้นำ เป็นเครือข่าย พื้นที่ปกครองตนเอง;
  • ใช้อำนาจที่มีแทนที่จะยึดอำนาจ

ตรรกแห่งการสร้างเครือข่าย (Network logic)

ความเข้มแข็ง

  • การเมืองแบบแนวร่วม  มีความเห็นหลากหลายเพื่อการหนุนช่วยซึ่งกันและกัน
  • ถ่ายเทอำนาจจากนักการเมือง สถาบันต่างๆ (อำนาจคือการได้รับศักดิ์ศรี; สามารถกำหนดทิศทางของชุมชนตนเองได้ไม่ใช่การมีตำแหน่งในรัฐบาล)
  • ไม่จำเป็นต้องมีผู้นำ ทุกคนมีสิทธิมีเสียงเท่ากัน
  • ไม่มีระบบลำดับชั้น ผู้นำ โครงสร้างถาวรที่ยากแก่การจำกัดอำนาจ ควบคุม แทรกแซง หรือกำจัด

ความอ่อนแอ

  • จำเป็นต้องมีผู้นำหรือยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนบ้าง (เช่น ประชาสังคมโลก): เกิดความเสื่อมโดยตัวเอง
  • กระบวนการเคลื่อนไหวในระดับท้องถิ่นไม่สามารถดึงอำนาจจากชนชั้นนำได้:จำเป็นต้องมีปฏิบัติการที่ผ่านการประสานงาน
  • ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถ “ใช้อำนาจ” ได้ :ความยากจนอย่างยาวนาน, ความไม่รู้หนังสือ ฯลฯ
  • ‘การผูกขาดอำนาจในระบบที่ไร้โครงสร้าง – tyranny of structurelessness’: แม้แต่ในเครือข่ายก็มีระบบ “ลำดับชั้น” ที่มองไม่เห็น
  • เมื่อเกิดวิกฤติ ใครจะเป็นผู้ริเริ่มดำเนินการแก้ไข? แกนนำในเครือข่ายมักผูกขาดการตัดสินใจดำเนินการ

ความสมานฉันท์ในความแตกต่าง – Solidarity in Diversity

  • ใช้อำนาจจากข้างล่าง ขณะเดียวกันกับที่เผชิญหน้ากับอำนาจที่อยู่ข้างบนเหนือเรา
  • เครือข่ายความสมานฉันท์
  • ยุทธศาสตร์การประสานงาน
  • ยุทธศาสตร์การควบคุมโดยประชาชนในท้องถิ่น

About Time-up Thailand

0582vqiGkwposk
This entry was posted in บทความด้านแรงงานและสังคม. Bookmark the permalink.

Comments are closed.